ประเด็นเด็ดออนไลน์

ศรัทธาไม่เกี่ยวกับสีผิว ท่านนำพระพุทธศาสนาไปเผยแพร่ในแอฟริกาเป็นองค์แรก

“เมล็ดพันธุ์แห่งพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทได้ถูกปลูกฝังลงในยูกันดาเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เป็นเวลาแห่งการดูแลให้เติบใหญ่ หวังว่าเมล็ดพันธุ์ที่มีประโยชน์นี้จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีและเติบโตอย่างแข็งแรง แผ่ขยายไพศาลเป็นผลไม้แห่งประโยชน์ของสัตว์โลกทั้งปวง” (พระพุทธรักขิตะ ได้กล่าวไว้)

จากที่มีข่าวกันไปเรื่องของ นายจูเลียน ดีซิเลต หรือ “พระจูเลี่ยน” ชาวแคนาดาที่เข้ามาบวช ใต้ร่มพระพุทธศาสนาในประเทศไทยไปนั้น สำหรับอีกหนึ่งรูปก็คือ “พระพุทธรักขิตะ” ในภาษาบาลีซึ่งมีความหมายว่า “ผู้ปกปักษ์ รั ก ษ า พระพุทธเจ้า” ภิกษุผิวสี จากประเทศยูกันดา ที่เลือกเดินทางตามรอยพุทธศาสนาและ เ ผ ย แ ผ่ ธรรมในทวีปแอฟริกา


แอบอร่อยดอทคอมวันนี้จึงพาเพื่อนๆไปหาคำตอบของเรื่องราวต่อไปนี้ ซึ่งต่อมาทราบชื่อว่า “พระพุทธรักขิตะ” หรือ “สตีเว่น คาบอคโกซา” ชาวอูกานดา ประเทศหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีปแอฟริกา

แรกเริ่มท่านรู้จักพุทธศาสนาเพียงผิวเผินตามหนังสือเรียน แต่พอรู้จักพระสงฆ์ไทยจากการเป็นเพื่อนร่วนชั้นระหว่างเรียนการบริหารที่อินเดีย ก็ทำให้ท่านสนใจในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น

หลังเรียนจบก็ได้ออกเดินทางไปยังพื้นที่กำเนิดพุทธศาสนาต่างๆ ทั้งทิเบตและเนปาล รวมถึงประเทศไทย และได้เดินทางกลับบ้านเกิด หลังจากห่างบ้านไปท่องโลกนาน 7 ปี

จากตรงนี้เองที่ทำให้ท่านคิดที่จะอุทิศตนเพื่อพุทธศาสนาด้วยการบวชเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า เนื่องจากพอไปถึงที่บ้านญาติๆ ของเขาก็ไม่ค่อยชอบใจที่ท่านนำหนังสือธรรมะกลับไปด้วย จนถึงขั้นจะ เ ผ า หนังสือทิ้ง

และให้เขาหันไปนับถือศาสนาคริสต์ตามครอบครัว ท่านจึงตัดสินใจออกเดินทางอีกครั้ง โดยคราวนี้ได้เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อไปศึกษาธรรมะโดยเฉพาะ

จนกระทั่งปี 2002 ท่านจึงตัดสินใจบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ หลังได้พบกับ “ท่านปัณณาธิภา” ณ ศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนาตถาคต (TMC) ในเมืองซานโฮเซ่ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีพระอาจารย์คือ “ท่านซายาดอว์ ยู สิละนันทะ”

ในทวีปแอฟริกา ศาสนาพุทธไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ผู้คนส่วนใหญ่จะรู้จักผ่านหนังสือเรียนเท่านั้น ที่จะทราบกันอย่างผิวเผินเพียงว่า มีศาสนาพุทธอยู่

เมื่อท่านศึกษาธรรมะจนถึงระดับหนึ่ง ท่านได้ตั้งปณิธานอันแน่วแน่ว่า จะต้องกลับไป เ ผ ย แ ผ่ พระพุทธศาสนาที่ยูกันดาให้จงได้ และเรื่องราวแห่งความยากลำบากก็เริ่มต้นขึ้น

ผู้คนในละแวกต่างมองท่านด้วยความคลางแคลงใจ บ้างก็ว่าท่านถูกมนต์ดำ บ้างก็ว่าท่าน วิ ก ล จ ริ ต บางครั้งเด็กๆ ก็ร้องไห้จ้า ด้วยความตกใจ บ้างก็เห็นบาตรของท่านเป็นเครื่องดนตรี เดินมาตีบ้าง จนเป็นที่ตลกขบขัน

แต่ด้วยวัตรปฏิบัติของท่านที่เรียบง่าย และงดงาม ไม่เคยถือโทษโกรธผู้ใด แต่ไขข้อสงสัยให้แก่ผู้ที่เข้ามาตั้งคำถามอย่างใจเย็น จนเป็นที่น่าประทับใจ ทำให้ผู้คนที่นั่นเปิดใจให้กับท่านมากขึ้น อีกทั้งยังพอมีร้านอาหารไทยในละแวก ท่านจึงมีผู้นำภัตราหารมาถวาย ได้โดยไม่ติดขัด

มาวันนี้ศูนย์พระพุทธศาสนาในยูกันดาได้รับการสถาปนา ในนาม Uganda Buddhist Centre – UBC ได้รับการสถาปนาตั้งแต่ปี 2005 โดยการ เ ผ ย แ ผ่ ของท่าน “ภิกษุพุทธรักขิตะ” ได้สำเร็จลงด้วยประการฉะนี้

อาจจะมีคำศัพท์บางคำที่เป็นคำทับศัพท์ แลดูอ่านยากไปหน่อยแต่แอดมินแอบอร่อยดอทคอมก็พยายามที่จะเรียบเรียงมาเป็นคำพูดที่อ่านง่ายที่สุดแล้ว หากเพื่อนๆ มีข้อสงสัยประการใดก็คอมเม้นท์สอบถามกันมาได้เดี่ยวแอดมินไปหาคำตอบมาให้นะคะ

อีกอย่างแม้เรื่องราวนี้จะเกิน 10 ปีมาแล้วแต่ก็ยังเป็นเรื่องราวดีๆ ที่คนรุ่นหลังจะได้ศึกษาเป็นความรู้เอาไว้ด้วยค่ะ

ข้อมูลบางส่วนจาก ศูนย์กลางพุทธศาสนาในยูกันดา และ พุทธรักขิตาภิกขุ กับการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในแอฟริกา โดย คุณ สุภาศิริ อมาตยกุล, ,mthai, tnews

รูปภาพนำมาจากเพจ Uganda Buddhist Centre – UBC

เรียบเรียงโดย abbaroi.com