ประเด็นเด็ดออนไลน์

แม้ว่าต้นทุนไม่มีเหมือนใครเขา พ่อไม่ไม่มีให้แต่ก็ตั้งใจส่งตัวเองเรียนจนจบป.ตรี

แอบอร่อยเชื่อว่า แม้คนเราเกิดมามีไม่เท่ากันแต่หากมีเป้าหมายเดียวกันเราก็จะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ค่ะ วันนี้จะพาไปพบกับเส้นทางชีวิต “น้องเปา-ธีรพงศ์ สังข์แสง” เด็กหนุ่ม ย า ก จ น ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา เพียรพยายามรับจ้างตัดหญ้า-ปลูกต้นไม้-เสิร์ฟหมูกระทะ ตั้งแต่อายุ 15 ปี จนจบปริญญาตรีเป็นของขวัญให้พ่อแม่

ภาพเด็กหนุ่มสวมชุดครุย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเพชรบูรณ์ ยืนอยู่ข้างหญิงและชายชราหน้าเพิงพักซอมซ่อ


รับจ้างทำงานควบกับเรียนตั้งแต่อายุ 15 เสิร์ฟหมูกระทะก็ ตัดหญ้า เวลาว่างก็ไปปลูกข้าวโพดหรือต้นไม้ ตลอดกว่าเกือบ 10 ปี

“ โ ช ค ช ะ ต า เรากำหนดได้ เราแค่มีไม่เหมือนคนอื่น แต่เราทำให้มันงอกขึ้นมาได้ เหมือนคนอื่นๆ” ต้นเหตุความเพียรที่ถูกเปิดเผยจากปากของ “เปา-ธีรพงศ์ สังข์แสง”

น้องเปาเกิดในวันที่ 6 ก.ย. 2537 โรงพยาบาลภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา โดยในช่วงนั้นพ่อกับแม่รับจ้างทำงานก่อสร้างทั่วไป

เมื่อเขาเกิดแม่จึงได้เดินทางกลับภูมิลำเนาที่ หมู่ 4 ตำบลวังชมภู อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งได้อาศัยพื้นที่สวนของป้าปลูกเพิงพัก ทำสร้างง่ายๆ ปูไม้อัดและไม้ไผ่เป็นฝาผนัง นำสังกะสีและเศษกระเบื้องมามุงหลังคา

“บ้านไม่มีประตู ไม่มีห้อง เป็นโถงเดียว ที่กินกับที่นอนที่เดียวกัน ส่วนห้องน้ำอาศัยใช้ของเจ้าของไร่ข้างๆ เดินไป 200 เมตร แถมไฟฟ้าก็ไม่มีเพราะเข้าไม่ถึง”

รายได้หลักๆ ของครอบครัวมาจากการปลูกกล้วยและเผาถ่านขาย จะมีบ้างที่รับจ้างตัดหญ้าตามแต่มีคนว่าจ้างงาน ซึ่งนั้นทำให้ฐานะทางการเงินไร้ความงดงามและคงที่

“พ่อแม่เขาไม่มีเงินแต่เขาก็สนับสนุนเราเต็มที่ เขาก็จะบอกเราเสมอว่าอยากให้เรียนสูงๆ จะได้เป็นเจ้าคนนายคน อย่าไปน้อยเนื้อต่ำใจในวาสนา เราไม่มีก็ต้องอดทน ต้นทุนเราอาจจะต่ำกว่าคนอื่น แต่ถ้าเราทำมันก็จะมีขึ้นมาได้ เพราะเราคนเหมือนกัน เขาทำได้เราก็ต้องทำได้”

“เวลาเราน้อย หัวเรียนก็ปานกลางไปถึงแย่ ก็ต้องหาเติมก็ไปยืมหนังสือของเพื่อนบ้าง ครูบ้าง พวกหนังสือกีฬาพื้นฐาน ฟุตบอล วอลเลย์บอล ตะกร้อ บาส เอามานั่งอ่าน”

“กู้กยศ.เป็นค่าใช้กินจ่ายในการเรียนเดือนละ 2,200 บาท และก็รับจ้างทำความสะอาดบ้าน รับจ้างตัดหญ้าสนามฟุตบอลให้มหาวิทยาลัยในโครงการการช่วยเหลือนักศึกษาให้มีรายได้ บางวันก็เป็น ก ร ร ม การตัดสินกีฬาที่มีจัดแข่ง” ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาเรียนหนังสือ

“หลักๆ เราวางแผนใช้เงินได้วันละ 60 บาท กินข้าวที่มหาลัย 20 บาท เช้า-เย็น 2 มื้อ แต่ถ้าไม่พอเวลามีปัญหาก็จะปรึกษาอาจารย์ อาจารย์ก็แนะนำ แล้วก็ให้ยืมเงิน

เริ่มสนิทกับเพื่อนเพื่อนก็ช่วย เพื่อนไม่รังเกียจหรือดูถูกเราเลย ยิ่งพอเพื่อนรู้ว่าเรากำลังแย่ เงินไม่มีแล้ว ตกเย็นช่วยกันรวมเงินซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับไข่ไก่เก็บไว้ให้เรากิน”

เมื่อการเงินมีปัญหา การศึกษาก็ไม่เต็มที่ แต่อย่างไรก็ตามตลอดระยเวลา 5 ปี เด็กหนุ่มยอดกตัญญูปลดล็อคปัญหานี้ออกจากตัวเองด้วยการตั้งใจทุกครั้งที่เข้าเรียนในชั่วโมง เพื่อเอาเวลาที่เหลือไปทำงาน

“ในชั่วโมงเรียนก็ตั้งใจเต็มที่ ฟังให้เข้าใจ เพราะเวลาเราน้อย ตอนใกล้สอบก็จะเตรียมตัวพิเศษเพราะอาจารย์จะบอกแนวทางข้อสอบ เราก็เน้น 2 ช่วงนี้เป็นหลักในการเรียน

ถ้าไม่ทำแบบนี้วาสนาเราไม่ดีก็ต้องยิ่งตั้งใจ การศึกษาเป็นหนทางเดียวที่จะเปิดโอกาสชีวิต คติอาจจะโบราณแต่ถ้าถามมีวันนี้ได้ไงก็ความพยายาม เราทำจริงเต็มที่ มันสำเร็จทุกอย่าง” บัณฑิตย์หนุ่มป้ายแดงกล่าว

เปาบอกว่าเป้าหมายต่อไปที่ต้องการทำทดแทนบุญคุณพ่อแม่คือการได้ “บวช” และสอบบรรจุเป็น “ข้าราชครู”

“บวชเป็นสิ่งที่ 2 หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่พ่อแม่ต้องการ การบวชเลยเป็นสิ่งที่ผมจะทำต่อไปให้ท่าน” เปาเผยความกตัญญูที่มีต่อพ่อแม่ที่มีอยู่ทุกลมหายใจ

“ในส่วนข้าราชการครูที่อยากจะสอบบรรจุให้ได้ เพราะการเป็นครูนอกจากจะมั่นคงและเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ดีด้วย ที่สำคัญเราเคยได้รับโอกาสจากครูและจากเพื่อนๆ ในรั้วโรงเรียน

ซึ่งเรามองว่า มีเด็กๆ อีกหลายคนที่แบบเรา หรือแย่กว่าเรา เราจะได้มีโอกาสเจอและช่วยมอบโอกาสแบบที่เราได้ให้กับเขา”

อย่างไรก็ตามปัจจุบันเปาลงสอบ 2 สนาม ได้แก่ สำนักงานคณะ ก ร ร ม การการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสอบครูท้องถิ่น แม้ว่ายังไม่ประสบความสำเร็จ แต่เปาก็บอกด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจที่สดใสว่าจะสู้ต่อไปและทำให้สำเร็จให้จงได้

“ผมไม่มองว่าเราด้อยที่สุด ไร้ค่าที่สุด ผมเชื่อ โ ช ค ช ะ ต า เรากำหนดได้” ธีรพงศ์ สำหรับคนที่ท้อหรือมีปัญหาในชีวิต อยากให้เขามองคนที่เขาลำบากกว่า เพื่อเอามาเป็นแรงผลักดันของตัวเราเองให้สู้ต่อไป

เรียบเรียงโดย abbaroi.com